InsureAI
หน้าแรกค้นหาแผนวิเคราะห์แผนของคุณชุมชนถาม AIบทความ
กลับไปยังบทความทั้งหมดHealth Insurance

คู่มือฉบับสมบูรณ์: ประกันสุขภาพในประเทศไทย 2026

SP

Dr. Somchai Prasert

Insurance Advisor

2 มกราคม 2569
12 นาทีอ่าน
ThailandHealthGuideIPDOPDCopayment2026

สับสนกับประกันสุขภาพมากกว่า 250 แผน? คู่มือปี 2569 ฉบับสมบูรณ์นี้อธิบาย IPD vs OPD, กฎการร่วมจ่าย, เครือข่ายโรงพยาบาล และช่วยคุณเลือกแผนที่ใช่สำหรับงบประมาณของคุณ—ไม่ว่าจะต้องการ 1 ล้านหรือ 100 ล้านบาท

ทำความเข้าใจประกันสุขภาพในประเทศไทย

สับสนกับประกันสุขภาพไหม? คุณไม่ได้โดดเดี่ยว

ด้วยแผนประกันมากกว่า 250 แผน ตัวเลือกเพิ่มเติมนับไม่ถ้วน และคำศัพท์วงการอย่าง "ร่วมจ่าย" "IPD/OPD" "เครือข่ายโรงพยาบาล" การเลือกกรมธรรม์ที่ใช่อาจทำให้ปวดหัว

ความจริงที่คุณควรรู้: 73% ของคนที่ล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาลมีประกันอยู่แล้ว—แต่เป็นประกันที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เข้าใจความคุ้มครอง

คู่มือนี้จะช่วยคลี่คลายความสับสนด้วยตัวอย่างจริง และกรอบการตัดสินใจที่ใช้ได้จริง เพื่อช่วยคุณหาแผนที่เหมาะกับความต้องการและงบประมาณ

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้:

  • ความแตกต่างระหว่างแผนราคาประหยัดกับแผนพรีเมียม (ไม่ใช่แค่เรื่องราคา)
  • เมื่อไหร่ 3 ล้านบาทก็พอ—และเมื่อไหร่ต้องมี 50 ล้าน+
  • ระบบร่วมจ่ายคืออะไร และเหมาะกับคุณไหม
  • เครือข่ายโรงพยาบาลไหนสำคัญสำหรับพื้นที่ของคุณ
  • กลยุทธ์ลดหย่อนภาษีประหยัดสูงสุด 120,000 บาทต่อปี

แผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย

ตามข้อมูลจากอลิอันซ์ อยุธยา ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงที่เกิดขึ้น โดยมีระดับความคุ้มครองที่ออกแบบมาสำหรับความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกัน

แผนพรีเมียม (50-100+ ล้านบาท) สำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลระดับสูงสุด:

  • แผนเฟิร์สคลาส @บีดีเอ็มเอส - ความคุ้มครองที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS 59 แห่ง
  • แผนอัลตราแคร์ - วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100 ล้านบาทต่อปี
  • แผนแพลทินัม (80 ล้านบาท) และ แผนบียอนด์ แพลทินัม (100 ล้านบาท)

แผนมาตรฐาน (10-50 ล้านบาท) ความคุ้มครองที่สมดุลสำหรับการปกป้องที่ครอบคลุม:

  • แผนปลดล็อค ดับเบิล แคร์ - เพิ่มความคุ้มครอง 2 เท่าสำหรับโรคร้ายแรง 10 โรค
  • แผนซูพีเรีย เฮลท์ - ตัวเลือก 2-10 ล้านบาท

แผนสุดคุ้ม (ต่ำกว่า 5 ล้านบาท) ความคุ้มครองที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ใส่ใจงบประมาณ:

  • แผนซิมเพิล เฮลท์ - ตัวเลือกระดับเริ่มต้นใหม่
  • แผนสมาร์ทเตอร์ เฮลท์ - วงเงินคุ้มครองสูงสุด 750,000 บาท
  • แผน Exclusive Care @BDMS - ร่วมมือกับโรงพยาบาล BDMS
  • แผนปลดล็อค สบายกระเป๋า - ราคาย่อมเยาพร้อม OPD
  • แผนแซฟวี่ เฮลท์ - ออกแบบมาสำหรับคนรุ่นใหม่

ประกันสุขภาพไม่มีส่วนร่วมจ่าย

แผนประกันของอลิอันซ์หลายแผนมีตัวเลือกที่ไม่ต้องร่วมจ่าย หมายความว่าประกันจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายจริงตามวงเงินความคุ้มครองของคุณ โดยไม่ต้องให้คุณร่วมจ่าย

บริการพบแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine)

ประกันสุขภาพยุคใหม่รวมบริการ Telemedicine เช่น My Doctor สำหรับการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ เพิ่มความสะดวกให้กับความคุ้มครองของคุณ

คำศัพท์สำคัญที่คุณต้องรู้

IPD (ผู้ป่วยใน) ความคุ้มครองสำหรับการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่ต้องพักค้างคืน นี่คือพื้นฐานของแผนประกันสุขภาพส่วนใหญ่ ครอบคลุม:

  • ค่าห้องและค่าอาหาร
  • การผ่าตัดและหัตถการ
  • การรักษาใน ICU
  • การตรวจวินิจฉัย (MRI, CT scan)

OPD (ผู้ป่วยนอก) ความคุ้มครองสำหรับการรักษาที่ไม่ต้องพักรักษาตัว:

  • การปรึกษาแพทย์
  • ยาตามใบสั่งแพทย์
  • หัตถการเล็กน้อย
  • การนัดติดตามผล

สำคัญ: ความคุ้มครอง OPD โดยทั่วไปต้องมีความคุ้มครอง IPD ก่อน

Copayment (การร่วมจ่าย) เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ประเทศไทยได้นำระบบการร่วมจ่ายมาใช้สำหรับกรมธรรม์ประกันสุขภาพใหม่ หมายความว่าผู้เอาประกันจะแบ่งสัดส่วนค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทประกัน ประเด็นสำคัญ:

  • ใช้เฉพาะการรักษาแบบ IPD เท่านั้น
  • กรมธรรม์ที่ซื้อก่อนมีนาคม 2568 ไม่ได้รับผลกระทบ
  • ช่วยควบคุมต้นทุนเบี้ยประกันที่สูงขึ้น

แผนประกันสุขภาพสำหรับเด็ก

อลิอันซ์ อยุธยา มีความคุ้มครองเฉพาะสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 15 วัน:

  • แผนแมกซ์แคร์ - ความคุ้มครองสำหรับเด็กที่ครอบคลุม
  • แผนเบสิกแคร์ - การปกป้องที่จำเป็น
  • แผนบียอนด์แคร์ - ความคุ้มครองระดับสากลพรีเมียม
  • แผนแคร์เอนีแวร์ - ความคุ้มครองทั่วโลก
  • แผนซูพีเรีย เฮลท์ - วงเงินคุ้มครองสูง

หมายเหตุ: เด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี อาจมีการร่วมจ่าย 30% สำหรับบางแผน

แผนประกันคุ้มครองโรคร้าย

ประกันโรคร้ายแรงจ่ายเงินก้อนเมื่อได้รับการวินิจฉัย:

  • ประกันคุ้มครองโรคร้าย 48 บียอนด์ - คุ้มครอง 48 โรคร้ายแรง
  • ประกันโรคร้าย มัลติ แคร์ - ตัวเลือกเคลมหลายครั้ง
  • ประกันภัยคุ้มครองมะเร็ง - ความคุ้มครองเฉพาะโรคมะเร็ง
  • ประกันมะเร็ง แผนเอ็กซ์ตร้าแวลู - การปกป้องโรคมะเร็ง
  • ประกันมะเร็งหายห่วง - แผนมะเร็งไร้กังวล
  • ประกันโรคร้ายได้คุ้ม - แผนโรคร้ายคุ้มค่า

เปรียบเทียบระดับความคุ้มครอง

ประเภทแผนความคุ้มครองต่อปีเหมาะสำหรับ
แซฟวี่ เฮลท์250,000-750,000 บาทคนรุ่นใหม่
สมาร์ทเตอร์ เฮลท์สูงสุด 750,000 บาทผู้ใส่ใจงบประมาณ
ซิมเพิล เฮลท์ระดับเริ่มต้นผู้ซื้อครั้งแรก
ซูพีเรีย เฮลท์2-10 ล้านบาทครอบครัว
ดับเบิล แคร์8-30 ล้านบาทความต้องการครอบคลุม
บียอนด์แคร์สูงสุด 30 ล้านบาทชาวต่างชาติและผู้บริหาร
เฟิร์สคลาส @บีดีเอ็มเอส60-120 ล้านบาทการดูแลระดับพรีเมียม
แพลทินัม80-100 ล้านบาทความคุ้มครองสูงสุด

วิธีเลือกแผนที่เหมาะสม

  1. ประเมินความเสี่ยงของคุณ: อายุ ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

    • ตัวอย่าง: อายุ 35 ปี ไม่มีโรคประจำตัว → ความคุ้มครอง 3-5 ล้านบาทเพียงพอ
    • ตัวอย่าง: อายุ 50+ มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน → ควรพิจารณา 10 ล้าน+ พร้อมตัวเลือกเพิ่มโรคร้ายแรง
  2. พิจารณางบประมาณ: เบี้ยประกัน vs ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเอง

    • กฎง่ายๆ: จัดสรร 3-5% ของรายได้ต่อปีสำหรับเบี้ยประกันสุขภาพ
    • แบ่งงบ: เงินเดือน 45,000 บาท/เดือน → งบเบี้ยประกัน 16,000-27,000 บาท/ปี
  3. ตรวจสอบเครือข่ายโรงพยาบาล: ให้แน่ใจว่าโรงพยาบาลที่คุณต้องการอยู่ในความคุ้มครอง

    • ⚠️ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: เลือกแผนที่มีโรงพยาบาล 490 แห่งฟังดูดี แต่ถ้ามีเพียง 5 แห่งในจังหวัดของคุณ ข้อได้เปรียบก็หายไป
    • ✅ วิธีที่ดีกว่า: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีอย่างน้อย 3-5 โรงพยาบาลใกล้บ้าน/ที่ทำงานอยู่ในเครือข่าย
  4. ตรวจสอบระยะเวลารอคอย: 30-120 วันสำหรับส่วนใหญ่, 280 วันสำหรับการคลอดบุตร

    • 💡 เคล็ดลับ: สมัครล่วงหน้า 2-3 เดือนก่อนกรมธรรม์เดิมหมดอายุ เพื่อไม่ให้ขาดความคุ้มครอง
  5. ทำความเข้าใจข้อยกเว้น: โรคที่เป็นอยู่ก่อน, กิจกรรมเสี่ยงสูง

    • ข้อยกเว้นที่พบบ่อยที่สุด: โรคที่เป็นมาภายใน 5 ปี, การผ่าตัดเสริมความงาม, การรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างทดลอง

สิทธิประโยชน์ทางภาษี

เบี้ยประกันสุขภาพในประเทศไทยสามารถลดหย่อนภาษีได้:

  • ประกันชีวิต: สูงสุด 100,000 บาทต่อปี
  • ประกันสุขภาพ: รวมอยู่ในวงเงิน 100,000 บาท
  • ประกันบำนาญ: ลดหย่อนเพิ่มเติมได้ 200,000 บาท

ข้อได้เปรียบของเครือข่าย

อลิอันซ์ อยุธยา มีโรงพยาบาลพันธมิตรมากกว่า 490 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการ:

  • เคลมตรง (ไม่ต้องสำรองจ่าย)
  • บริการอนุมัติล่วงหน้า
  • บริการผู้ช่วยดูแลสุขภาพส่วนตัว
  • ความช่วยเหลือฉุกเฉิน 24/7

แนวโน้มปี 2569 ที่ต้องจับตา

  • แพลตฟอร์ม Health Link: โครงการใหม่ของ คปภ. เพื่อปรับปรุงการพิจารณารับประกันให้รวดเร็วขึ้น
  • ระบบเคลมด้วย AI: การประมวลผลที่เร็วขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติ 87%
  • บริการพบแพทย์ออนไลน์: การปรึกษาทางไกลที่ครอบคลุมโดยประกันภัย
  • โปรแกรมดูแลสุขภาพ: สิทธิประโยชน์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในกรมธรรม์

💡 เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ

จังหวะเวลาสำคัญสำหรับเบี้ยประกัน สมัครกรมธรรม์ใหม่ในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ บริษัทประกันจะผ่อนผันในการพิจารณารับประกันมากขึ้นในช่วงต้นปีงบประมาณ และคุณจะล็อคเบี้ยประกันในอัตราที่ต่ำกว่าก่อนที่จะปรับขึ้นกลางปี (โดยทั่วไป 8-12% ต่อปี)

ขออนุมัติล่วงหน้าเสมอ โทรหาสายด่วน 24 ชั่วโมงของบริษัทประกันก่อนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน) การขออนุมัติล่วงหน้าช่วยป้องกันการปฏิเสธการเคลม และเร่งกระบวนการจำหน่ายเร็วขึ้น 2-3 วันโดยเฉลี่ย

กลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการลดหย่อนภาษี รวมประกันสุขภาพ (100,000 บาท) + ประกันบำนาญ (200,000 บาท) + ประกันชีวิต (100,000 บาท) เพื่อลดหย่อนภาษีสูงสุด 400,000 บาท—ประหยัดภาษีได้ถึง 120,000 บาทต่อปีที่อัตราภาษี 30%

คุณภาพเครือข่าย > ขนาดเครือข่าย อย่าแค่นับจำนวนโรงพยาบาล—ตรวจสอบ สถานที่ตั้ง แผนที่มีโรงพยาบาล 490 แห่งฟังดูน่าประทับใจ แต่ถ้ามีเพียง 5 แห่งในจังหวัดของคุณและไม่มีโรงพยาบาลพรีเมียมที่คุณชอบ ข้อได้เปรียบของเครือข่ายก็หายไป

ระยะผ่อนผันเป็นตาข่ายนิรภัย บริษัทประกันส่วนใหญ่ให้ระยะผ่อนผัน 30-60 วันสำหรับการชำระเบี้ยที่พลาด แต่อย่าพึ่งพาสิ่งนี้—ตั้งค่าชำระอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงกรมธรรม์ขาดอายุ ซึ่งจะรีเซ็ตระยะเวลารอคอยทั้งหมด (30/120/280 วัน) และอาจยกเว้นโรคใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ขาดความคุ้มครอง


คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ควรมีความคุ้มครองขั้นต่ำเท่าไหร่ในประเทศไทย?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับทำเลที่อยู่และโรงพยาบาลที่ต้องการ:

  • กรุงเทพฯ/เมืองใหญ่: ความคุ้มครอง IPD ขั้นต่ำ 3-5 ล้านบาท ห้องโรงพยาบาลพรีเมียม (กรุงเทพ, สมิติเวช, บำรุงราษฎร์) คิดค่าห้อง 15,000-50,000 บาท/คืน และการรักษาที่จริงจัง (มะเร็ง, หัวใจ) มักเกิน 2 ล้านบาท
  • จังหวัด: 1-3 ล้านบาทอาจเพียงพอ เนื่องจากค่ารักษาต่ำกว่า (ถูกกว่ากรุงเทพฯ 30-50%)
  • ชาวต่างชาติ/ผู้บริหาร: พิจารณาความคุ้มครอง 10 ล้าน+ เพื่อเข้าถึงสถานพยาบาลมาตรฐานสากลโดยไม่มีข้อจำกัด

ถาม: ระบบร่วมจ่ายคุ้มค่าไหมเพื่อประหยัดเบี้ยประกัน?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับประวัติสุขภาพ:

  • ✅ เหมาะสำหรับ: หนุ่มสาว (ต่ำกว่า 35 ปี) สุขภาพดี ไม่ค่อยเข้าโรงพยาบาล → ร่วมจ่าย 20% ประหยัดเบี้ย 25-30% โดยมีความเสี่ยงน้อย
  • ❌ ไม่เหมาะ: มีโรคเรื้อรัง ต้องเข้ารับการรักษา IPD บ่อย → คุณจะจ่ายค่าร่วมจ่ายมากกว่าที่ประหยัดได้
  • 📊 การคำนวณจุดคุ้มทุน: ถ้าค่ารักษาเกิน 3 เท่าของการประหยัดเบี้ยประกันต่อปี แผนร่วมจ่ายจะแพงกว่า

ถาม: สามารถเปลี่ยนบริษัทประกันกลางปีได้ไหม?

ตอบ: ได้ แต่จังหวะเวลาสำคัญ:

  • บริษัทประกันส่วนใหญ่ต้องการให้คุณใช้กรมธรรม์ปัจจุบันจนครบกำหนด (โดยทั่วไปรายปี)
  • การยกเลิกก่อนกำหนดทำให้เสียเบี้ยที่จ่ายล่วงหน้า
  • ระยะเวลารอคอยทั้งหมดเริ่มนับใหม่ (30/120/280 วัน)
  • แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: เปรียบเทียบแผน 3 เดือนก่อนต่ออายุ สมัครกรมธรรม์ใหม่ 1 เดือนก่อน จัดเวลาการเปลี่ยนเพื่อลดช่องว่างความคุ้มครอง

ถาม: เกิดอะไรขึ้นถ้าพลาดชำระเบี้ยประกัน?

ตอบ: ระยะผ่อนผันแตกต่างกันตามบริษัท (30-60 วัน) หลังจากนั้น:

  • กรมธรรม์ขาดอายุ
  • การเปิดใหม่ต้องพิจารณารับประกันใหม่ทั้งหมด (ตรวจสุขภาพใหม่)
  • ระยะเวลารอคอยทั้งหมดเริ่มนับใหม่
  • โรคที่เกิดขึ้นระหว่างขาดความคุ้มครองกลายเป็นโรคที่มีอยู่ก่อน (ไม่คุ้มครอง)
  • วิธีแก้: ตั้งค่าชำระอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่มีค่าใช้จ่ายสูงนี้

ถาม: ต้องมีทั้งประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงไหม?

ตอบ: มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน:

  • ประกันสุขภาพ: คุ้มครองค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ (โรงพยาบาล, การรักษา, การผ่าตัด)
  • ประกันโรคร้ายแรง: จ่ายเงินก้อนเมื่อวินิจฉัย (มะเร็ง, หัวใจวาย, อัมพาต) ใช้ได้กับทุกอย่าง—การรักษาทดลองในต่างประเทศ, ทดแทนรายได้, สนับสนุนครอบครัว
  • คำแนะนำ: มีทั้งสอง—ประกันสุขภาพเป็นการปกป้องหลัก, ประกันโรคร้ายแรงเป็นตาข่ายนิรภัยทางการเงิน

ขั้นตอนต่อไป: แผนปฏิบัติการของคุณ

พร้อมเลือกประกันสุขภาพแล้วใช่ไหม? ทำตามขั้นตอนนี้:

  1. ประเมินความต้องการของคุณ (15 นาที)

    • สถานะสุขภาพปัจจุบันและประวัติทางการแพทย์ของครอบครัว
    • โรงพยาบาลที่ต้องการและเครือข่ายของพวกเขา
    • การจัดสรรงบประมาณรายปี (3-5% ของรายได้)
  2. เปรียบเทียบ 3-5 แผน (30 นาที)

    • ใช้เครื่องมือเปรียบเทียบหรือปรึกษากับที่ปรึกษาที่ได้รับอนุญาต
    • เน้นที่จำนวนความคุ้มครอง, เครือข่ายโรงพยาบาล, ค่าเบี้ยประกัน
    • ตรวจสอบระยะเวลารอคอยและข้อยกเว้นอย่างละเอียด
  3. ถามคำถามสำคัญ (ก่อนลงนาม)

    • วงเงินสูงสุดต่อครั้งเท่าไหร่?
    • มีบริการขออนุมัติล่วงหน้า 24 ชั่วโมงไหม?
    • อัตราการจ่ายเคลมและระยะเวลาประมวลผลเฉลี่ยเป็นอย่างไร?
    • สามารถยกระดับความคุ้มครองโดยไม่ต้องเริ่มนับใหม่ระยะเวลารอคอยไหม?
  4. ซื้อและจัดเก็บเอกสาร (วันเดียวกัน)

    • ซื้อก่อนสิ้นเดือนเพื่อเริ่มความคุ้มครองวันที่ 1
    • บันทึกเอกสารกรมธรรม์ในหลายที่ที่ปลอดภัย
    • ตั้งการแจ้งเตือนปฏิทินสำหรับการต่ออายุ (90 วันก่อน)
    • ตั้งค่าชำระอัตโนมัติสำหรับเบี้ยประกัน

จำไว้ว่า: แผนประกันสุขภาพที่ดีที่สุดคือแผนที่คุณสามารถจ่ายได้ในระยะยาว คุ้มครองความต้องการด้านสุขภาพที่คุณมีแนวโน้มจะใช้มากที่สุด ให้คุณเข้าถึงโรงพยาบาลที่คุณไว้วางใจ และให้ความสบายใจกับครอบครัวของคุณ

แหล่งข้อมูล

  • https://www.allianz.co.th/en_TH/health.html
  • https://www.expatden.com/thailand/thailand-sso-vs-private-health-insurance/

บทความที่เกี่ยวข้อง

Health Insurance

แซฟวี่ เฮลท์: ประกันสุขภาพราคาประหยัดสำหรับคนรุ่นใหม่

8 นาที
Health Insurance

ประกันโรคร้ายแรง: เกราะป้องกันการเงินจากโรคร้าย

10 นาที
Health Insurance

ประกันสุขภาพเด็กในประเทศไทย: ปกป้องลูกน้อยของคุณ

9 นาที

พร้อมเริ่มต้นกับประกันที่ใช่?

ให้ AI ช่วยวิเคราะห์และแนะนำแผนประกันที่เหมาะกับคุณ

InsureAI

คำแนะนำประกันจาก AI เพื่อช่วยคุณค้นหาความคุ้มครองที่สมบูรณ์แบบ

ผลิตภัณฑ์

  • ประกันสุขภาพ
  • ประกันชีวิต
  • โรคร้ายแรง
  • ประกันรถยนต์
  • ประกันการเดินทาง

บริษัท

  • เกี่ยวกับเรา
  • บล็อก
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อ
  • เป็นพันธมิตรกับเรา

สนับสนุน

  • คำถามที่พบบ่อย
  • เคลม
  • พอร์ทัลกรมธรรม์
  • ค้นหาโรงพยาบาล

ติดต่อเรา

  • 1378 (24/7)
  • @InsureAI
  • support@insureai.com
  • Bangkok, Thailand

© 2026 InsureAI. สงวนลิขสิทธิ์

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อกำหนดการให้บริการนโยบายคุกกี้

InsureAI ให้บริการเปรียบเทียบและแนะนำประกัน ผลิตภัณฑ์ประกันรับประกันโดยบริษัทประกันที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศไทย